วิธีการดูแลเฟอร์นิเจอร์ไม้ภายในบ้าน

วิธีการดูแลเฟอร์นิเจอร์ไม้ภายในบ้าน

 

สำหรับเฟอร์นิเจอร์ไม้แล้วก็เป็นที่นิยมกันหลากหลายเลยทีเดียวเพราะความสวยงามของไม้ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการที่ต้องดูแลค่อนข้างยาก อย่างไม้บางชนิดก็ผุพังอย่างรวดเร็ว ปัญหาปลวก มอดกัดเนื้อไม้ ความชื้นต่างๆ ทำให้ไม้ไม่คงทน หลายๆ คนจึงเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบอื่นๆ ทดแทนไม้นั่นเอง วันนี้เราจึงเขียนบทความเรื่องการดูแลเฟอร์นิเจอร์ไม้ต่างๆ ภายในบ้าน เพื่อเอาใจคนชอบใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้กัน

เหตุที่ไม้เป็นที่นิยมในการทำเฟอร์นิเจอร์ก็เพราะว่ามันมีความคงทน และอยู่ได้ค่อนข้างนาน แต่ในปัจจุบันก็มีสิ่งที่ราคาถูกกว่าไม้ และคงทนกว่า เฟอร์นิเจอร์ไม้เหล่านี้จะมีความสวยงาม และราคาค่อนข้างแพง หากอยากจะให้เฟอร์นิเจอร์ไม้ของเราอยู่ได้นานๆ นั้น ก็ต้องมีวิธีการดูแลที่ถูกต้อง โดยต้องดูแลดังนี้

ไม้ที่เป็นโครงสร้างด้านนอก เนื่องจากปัญหาหลักๆ เลยของไม้ คือ ปลวกมอดแมลงต่างๆ จะกัดกินเนื้อไม้ เราจึงต้องควรทาน้ำยาป้องกันแมลงกินไม้ เมื่อทาเสร็จแล้วก็รอให้แห้งก่อน อีกปัญหาของไม้ที่เป็นโครงสร้างด้านนอกคือแสงแดดและความชื้นนั้นทำให้ไม้เสื่อมได้ ดังนั้นเราจึงควรทาพวกสีน้ำมัน หรือพวกสีน้ำพลาสติกสำหรับงานไม้ การทาสีให้กับไม้เราควรทาทับ 2-3 ชั้น โดยทิ้งระยะห่างของเวลาเพื่อให้สีชั้นที่เพิ่งทาไปแห้งก่อนเป็นเวลาอย่างน้อย 6 ชม.

พื้น บันได และไม้ในบ้าน สำหรับไม้ในบ้านนั้นเราก็ควรทาน้ำยาป้องกันแมลงกินไม้เช่นกัน แต่ในตัวบ้านเราจะไม่ค่อยพบปัญหาเกี่ยวกับความชื้นและแสงแดดเหมือนด้านนอกสักเท่าไหร่นัก แต่จะพบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของรอยขีดข่วนซะมากกว่า ดังนั้นไม้ที่อยู่ภายในบ้านก็ควรทาน้ำยาเคลือบผิวชนิดฟิล์ม และก่อนทำการปูพื้นไม้นั้นก็ควรที่จะรอให้พื้นปูนซีเมนต์ด้านล่างแห้งเสียก่อนจะทำการปูไม้ทับ เพราะความชื้นจากใต้ดินจะทำลายเนื้อไม้ได้ และเมื่อผ่านไปนานๆ จะเห็นว่ามีน้ำยาเคลือบหลุดลอกออกมา เราต้องทำการขูดตรงนั้นออกให้หมดก่อนจึงจะทาน้ำยาเคลือบทับลงไปได้ ถ้าเราไม่ขูดลอกออกก่อนจะทำให้พื้นผิวที่เคลือบตรงนั้นลอกออกมาอีก

เฟอร์นิเจอร์ไม้ ถ้าเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่เพิ่งซื้อมาใหม่ก็ใช้เพียงแค่ผ้านุ่มๆ ชุบน้ำสบู่อ่อนๆ บิดหมาดๆ แล้วนำไปเช็ดที่เฟอร์นิเจอร์ไม้ก็เพียงพอ สำหรับเฟอร์นิเจอร์ที่มีอายุเราก็เลือกใช้สเปรย์หรือครีม สำหรับทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่ได้เพียงแค่ทำความสะอาดเท่านั้น แต่ยังช่วยบำรุงผิวไม้ไปในตัวด้วย แต่ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอมโมเนียหรือแอลกอฮอล์กับเนื้อไม้เด็ดขาดเลย สำหรับเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่มีอายุ และต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ก็ให้ทำความสะอาดโดยใช้ผ้าแห้งๆ ปัดฝุ่นออก และลงน้ำมันบำรุงผิวไม้ทับอีกที

ขัดกระจกให้ใสปิ๊งเหมือนใหม่ด้วยน้ำยาล้างจาน+น้ำส้มสายชู

ขัดกระจกให้ใสปิ๊งเหมือนใหม่ด้วยน้ำยาล้างจาน+น้ำส้มสายชู

 

เคยกันไหมที่เวลาจะขัดกระจกให้ใสปิ๊ง แต่ดันไม่มีน้ำยาขัดกระจกให้ใช้ วันนี้เราจะมาบอกวิธีง่ายๆ ที่ใช้เพียงของใช้ใกล้ตัวภายในบ้านที่สามารถนำมาขัดกระจกให้ใสปิ๊งเหมือนใหม่อีกครั้ง โดยใช้เพียงแค่น้ำยาล้างจานและน้ำส้มสายชูเท่านั้นเอง แถมยังประหยัด แทบไม่ต้องออกแรงเลยเวลาขัดกระจก เรียกได้เลยว่าสูตรนี้ให้ผลดีเกินคาด

กระจกในห้องน้ำนั้นมักมีปัญหาคราบไคลสบู่ที่ขัดออกยากมากๆ รับรองได้เลยว่าวิธีนี้จะทั้งประหยัดแรงและประหยัดเงินอย่างแน่นอน และไม่เพียงคราบที่กระจกเท่านั้นที่จะทำได้ ที่อื่นๆ อย่างเช่นกระเบื้องบริเวณผนังก็ใช้ได้ดีเช่นกัน เอาล่ะ มาดูวิธีใช้กันเลย
อันดับแรกก็ต้องเตรียมน้ำยาล้างจาน น้ำส้มสายชู และฟองน้ำขนาดพอมือ แนะนำว่าให้ใช้ถุงมือด้วยก็ดี เพราะสูตรนี้ค่อนข้างแรง สำหรับใครที่แพ้ก็อาจไม่ดีนัก ดังนั้นกันไว้ก็ย่อมดีกว่าแก้ ซื้อถุงมือไว้ใช้ขณะขัดไปด้วยเลย เมื่อเตรียมของไว้พร้อมแล้ว ก็เริ่มลงมือขัดคราบเหล่านี้กันได้เลย เริ่มแรกเทน้ำยาล้างจานลงบนฟองน้ำจากนั้นก็ราดน้ำส้มสายชูตามลงไป ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าต้องใช้ทั้งสองอย่างพร้อมกัน เพราะถ้าใช้เพียงแค่อย่างไดอย่างหนึ่งจะขัดไม่ออกอย่างแน่นอน จากนั้นจึงเริ่มค่อยๆ ขัดให้ทั่วกระจกอย่างเบามือ แล้วก็จัดการล้างน้ำ ทำความสะอาดน้ำยาล้างจานและน้ำส้มสายชูออกให้หมด

หลังจากที่เราทำการขัดกระจกหรือคราบไคลสบู่เหล่านี้เสร็จเราจะเห็นความแตกต่างอย่างมากจากตอนแรกเลยทีเดียว ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าสิ่งของใกล้ๆ ตัวอย่างน้ำยาล้างจานเมื่อรวมพลังกับน้ำส้มสายชูจะมีประสิทธิภาพการทำความสะอาดคราบไคลสบู่บนกระจกได้ดีขนาดนี้ คราวนี้กระจกใส ใบเดิมก็กลับมาเป็นของเราแล้ว และก็ต้องขอบอกได้เลยว่าสูตรน้ำยาล้างจานผสมกับน้ำส้มสายชูนั้นได้ผลเกินคาด ชนิดที่ว่าแทบจะดีกว่าน้ำยาขัดกระจกหรือน้ำยาล้างห้องน้ำตามท้องตลาดที่เราซื้อๆ กันมาอีกด้วย

ถือว่าเป็นน้ำยาทำความสะอาดกระจกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะทั้งใช้ง่าย ราคาถูก แถมไม่ต้องใช้แรงมากมายอะไรเพื่อจะทำให้คราบเหล่านั้นออกอย่างหมดจด แต่เราไม่ควรไว้วางใจในน้ำยานี้โดยใช้มือเปล่ากับน้ำยาที่เราผสมเองนี้ เพียงเพราะว่ามันเป็นของคุ้นเคยอย่างน้ำยาล้างจานและน้ำส้มสายชู ต้องขอเตือนซ้ำไว้เลยว่าต้องใช้ถุงมือด้วย ถ้าไม่ใช้ก็จะเกิดอาการมือแห้ง ผิวที่มือจะลอกออกมา แต่ไม่ต้องห่วงเพราะมันจะเป็นแค่ประมาณ 2-3 วันเท่านั้น ก็จะหายแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องขอรับประกันได้เลยว่าสูตรน้ำยาทำความสะอาดสูตรนี้ดีเยี่ยม ได้ผลเกินคาดหวังแน่นอน

ขอบคุณบทความดีดีจาก https://handymancm.com